ทางเข้าSBOBET

ฤดูกาลนี้ ถือเป็นซีซั่นสุดท้าย ภายใต้สีเสื้ออาแอส โรม่า ของทาง “ดานิเอเล่ เด รอสซี่” กัปตันทีมคนสำคัญ ที่ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางความเสียดายของแฟนบอลหลายคน ตั้งแต่ก้าวมาเล่นทีมชุดใหญ่ของโรม่า ในช่วงปี 2001 เจ้าตัวก็รับใช้พลพรรค “หมาป่าเหลือแดง” เพียงทีมเดียวมาตลอดระยะเวลา 18 ปี ฝากผลงานเอาไว้ที่ 615 เกม และ 63 ประตู พร้อมกับโทรฟี่แชมป์ โคปา อิตาเลีย 2 สมัย และซูเปอร์ โคปา 1 ครั้ง ทางเข้าSBOBET

แม้ว่าจะมีข้อเสนอในการย้ายทีมเข้ามาโดยตลอด ทว่าเขาก็ตอบปฏิเสธไป ทว่าความซื่อสัตย์ต้องแลกมาด้วยการอดออกไปคว้าแชมป์มากมายให้กับตัวเอง

ช่วงนี้เราไปดูความรู้สึกของเจ้าตัวในแต่ละด้านกัน ทั้งในแง่ของการรับใช้โรม่า, มุมมองต่อไอดอลอย่างฟรานเชสโก้ ต๊อตติ และชีวิตหลังจากการแขวนสตั๊ด

เลือดนักกีฬา

“ย้อนกลับไป ตอนสมัยผมยังเป็นเด็ก ผมยังไม่สามารถตัดสินใจได้ ผมชื่นชอบกีฬาอย่างวอลเลย์บอล และบาสเก็ตบอล ซึ่งผมมั่นใจมากว่า พอโตขึ้นไป ตัวเองจะกลายเป็นนักกีฬาแน่นอน แต่ผมต้องตัดสินใจ โดยผลสุดท้าย ผมเลือกเล่นฟุตบอล ซึ่งผมเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ใช่เพราะความฝัน หรืออะไร แต่เป็นเพราะผมรู้สึกสนุกกับมันอย่างแท้จริง”

ความสำเร็จในวัย 22

“ย้อนกลับไปตอนผมอายุ 22 ผมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก (คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 กับทีมชาติอิตาลี) หากคุณคว้าแชมป์โลกตอนอายุ 27 คงจะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปเลย”

“เมื่อคุณประสบความสำเร็จด้วยวัยแค่ 22 นั่นหมายความว่า คุณสามารถเริ่มต้นด้วยความร้อนแรง รวมถึงยังมีความคาดหวังเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจริงๆ ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ผมคว้าแชมป์ยูโร รุ่นยู-21 ต่อด้วยเหรียญทองแดง ในมหกรรมกีฬาอย่างโอลิมปิก จากนั้น พออายุ 22 ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครอบครอง”

การย้ายทีม

“ผมมีความเสียใจอยู่บ้าง เมื่อไม่เคยออกไปสัมผัสประสบการณ์ที่ต่างประเทศ แง่ของบรรยากาศทั้งใน และนอกสนามแข่งขัน ผมอยากรู้ว่า คนต่างประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ยังไง อย่างไรก็ตาม ผมก็ตระหนักถึงการตัดสินใจของตัวเอง แม้บางคนอาจจะมองว่า มันคือการตัดสินใจที่โง่ก็ตาม” พนันออนไลน์

“ผมต้องการเล่นให้โรม่า อย่างแท้จริง ผมมีความสุข ทั้งกาย และใจ เมื่อได้สวมเสื้อตัวนี้ ย้อนกลับไปช่วงวันคริสต์มาสของหลายปีที่ผ่านมา ผมมีความรู้สึกว่า ผมอาจจะต้องย้ายออกจากสโมสรไป ในช่วงเดือนมกราคม แต่ความคิดนั้นหมดไป เมื่อกรรมการได้เป่านกหวีดจบเกม ผมเดินไปบนผืนหญ้า และเกือบร้องไห้ออกมา”

“ผมยังมองไปรอบๆ พร้อมกับคิดในใจว่า นี่อาจเป็นเกมสุดท้ายของผมที่สนามโอลิมปิโก้ ผมตระหนักทันทีว่า ผมไม่สามารถเดินต่อไปได้ หากปราศจากสโมสรแห่งนี้ สำหรับผมแล้ว, ชีวิตที่ปราศจากโรม่า มอบความรู้สึกที่เจ็บปวดมากกว่าการไม่ได้เป็นนักเตะเรอัลมาดริด, บาร์เซโลน่า และทีมชั้นนำของประเทศอังกฤษ เสียอีก”

ความสัมพันธ์กับฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้ใช้ชีวิตที่แสนวิเศษกับคนไม่มากนัก ผมเคียงข้างเขาในทุกวัน คุณจะเริ่มรู้สึกว่า ต๊อตติ เป็นผู้เล่นที่ไม่ธรรมดาเลย เขาถือเป็นปรากฏการณ์มากว่า 25 ปี นอกจากเขาแล้ว ยังมีอีกหลายคนเลยที่ผมคิดถึงเป็นอย่างมาก อาทิเช่น โตเน็ตโต้, คาสเซตติ และวูชินิช แน่นอนว่า พวกเขาคือผู้เล่นที่ผมสนิทสนมมากเป็นพิเศษ”

อนาคตข้างหน้า

“นักเตะบางคน ต้องการเลิกเล่นฟุตบอล ตอนที่พวกเขาอายุประมาณ 40 ส่วนตัวผม ต้องการออกจากโรม่า แบบที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หากผมรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม หรือไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว ผมก็จะหยุดทันที อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่การลงโทษตัวเองหรอก แต่เป็นเพราะผมมีความเข้าใจว่า สิ่งต่างๆเป็นอย่างไรมากกว่า”

การเป็นโค้ช

“ผมสามารถเป็นโค้ชได้ แม้จะมีหลายคนบอกว่า ผมควรจะหยุดพักผ่อนมากกว่า ผมไม่ปิดโอกาสอย่างแน่นอน ผมถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก เมื่อได้เล่นภายใต้การคุมทีมของสองสุดยอดผุ้จัดการทีม คนหนึ่งคือสปัลเล็ตติ และอีกคนหนึ่งคือคอนเต้ หรือว่าจะรวมหลุยส์ เอ็นริเก้ ไปด้วยก็ย่อมได้” SBOBET24

“นอกจากนี้ ผมยังเคยเล่นร่วมกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า หากให้เลือกว่า ผมควรเริ่มต้นที่ไหนดี ผมก็อยากไปหาเขา เพื่อเป็นการเรียนรู้ การเป็นโค้ช นั่นถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ผมอยากลงมือทำ อาจจะไม่ใช่ในทันที แต่เมื่อมันถึงเวลาที่มันกระตุ้นความสนใจของผมแบบจริงจัง”

แผนการเดินทาง

“ผมมองช่วงเวลาเอาไว้คือ หนึ่งปีหลังจากที่ผมแขวนสตั๊ดไป ผมอยากเดินทางไปทั่วโลก ร่วมกับลูกๆของผมเอง นั่นเพราะว่าการเดินทางเป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดนั่นเอง”

ทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *